กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
Font Size เล็ก ปกติ ใหญ่ W3C

   Share

ประเด็นร้อน



 เชื่อมโยงกรม
  ข้อมูลด้านการเกษตร
โครงการพระราชดำริ
กฏหมาย อนุสัญญาและข้อตกลง
ข้อมูลและสถิติ
มาตรฐานสินค้าเกษตร
เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร
การพัฒนาและการปฏิรูปที่ดิน
การชลประทาน
เศรษฐกิจการเกษตร
การเกษตรต่างประเทศ
เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร
องค์ความรู้ด้านการเกษตร
รายงานการศึกษาและวิจัย
ข่าวแวดวงเกษตร
Clip เกษตรชาวบ้าน
ราคาสินค้า
เกษตรแผ่นดินทอง

บริการออนไลน์



จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
4555742
webmail.moac.go.th
webmail.opsmoac.go.th
สหกรณ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ชมรมแม่บ้านเกษตร
banner กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ข่าวสารการเกษตร >> ข่าวประชาสัมพันธ์ >> ข่าวประชาสัมพันธ์ 2551 RSS

เกษตรกรสมาชิกโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริจังหวัดพัทลุง ที่ผ่านการฝึกอบรมในการทำการเกษตร จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้ด้วยตนเอง


วันที่ 18 ส.ค. 2551
นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริจังหวัดพัทลุง ณ ต.นาปะขอ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง ซึ่งความเป็นมาของโครงการนั้น เมื่อครั้งที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ มาทรงเยี่ยมราษฎรบ้านหัวป่าเขียว ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ในวันที่ 13 กันยายน 2543 ทรงได้รับทราบถึงความยากจนของราษฎรจังหวัดพัทลุง จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้หาพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อจัดทำโครงการฟาร์มตัวอย่าง ซึ่งประชาชน 93 ราย ในบ้านทุ่งครองชีพ ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ได้ร่วมกันบริจาคที่รวม 254 ไร่ 3 งาน 12 ตารางวา สำหรับจัดทำโครงการดังกล่าว การดำเนินกิจการของโครงการฯ ได้เริ่มขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2544 พื้นที่ของโครงการเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 100 เมตร ยาวประมาณ 4,200 เมตร ด้านหัวแปลงสูงกว่าระดับน้ำทะเล 10.145 เมตร หัวแปลงสูงกว่าท้ายแปลง 5.276 เมตร ตั้งอยู่ที่พิกัด E0632757 N 0818971 วัตถุประสงค์ของโครงการ - เป็นแหล่งจ้างแรงงานสำหรับเกษตรกรในพื้นที่ - เป็นแหล่งเรียนรู้และปฏิบัติงานการเกษตร - เป็นแหล่งอาหารของจังหวัดพัทลุง เป้าหมายของโครงการ - ให้เกษตรกรที่อยู่ใกล้ฟาร์มฯ ได้ฝึกทำการเกษตร และมีรายได้จากการฝึกทำงานในฟาร์มฯ - ให้เกษตรกรจังหวัดพัทลุงและใกล้เคียงได้รับความรู้การเกษตรและนำไปประยุกต์ใช้ในไร่นาตนเอง สภาพทั่วไปบ้านครองชีพ ทุ่งครองชีพเป็นที่ราบชายฝั่งทะเลสาบสงขลา เป็นที่ดินทุ่งสาธารณะประโยชน์ตาม "หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง” เลขที่ 28352 มีเนื้อที่ ประมาณ 10961 ไร่ 3 งาน 59 ตารางวา สภาพภูมิศาสตร์ สภาพทั่วไปเป็นที่นาร้าง บนที่ราบชายฝั่งทะเลสาบสงขลา ทิศเหนือ จรดทางสาธารณะ (ถนนสายบางแก้ว – หาดไข่เต่า) ทิศใต้ จรดที่สาธารณะประโยชน์บ้าน ควนพระ หมู่ที่ 2 ตำบลฝาละมี อำเภอปาก พะยูน ทิศตะวันออก จรดทางสาธารณะ (ถนนสายหาดไข่เต่า – อำเภอปากพะยูน) ทิศตะวันตก จรดทางสาธารณะ (ถนนสายบางแก้ว – บ้านควนพระ อำเภอปากพะยูน) ราษฎร จำนวน 93 ราย ซึ่งอยู่ในหมู่ที่ 1, 8 และ 10 บ้านครองชีพ ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ได้ร่วมกันบริจาคที่ดินที่อยู่ในที่สาธารณะ จำนวน 254 ไร่ 3 งาน 12 ตารางวา พื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 100 เมตร ยาวประมาณ 4,200 เมตร จากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านหัวแปลงสูงกว่าระดับน้ำทะเล 10.145 เมตร สูงกว่าท้ายแปลง 5.276 เมตร ประวัติความเป็นมา "ทุ่งครองชีพ” มีสภาพเป็นป่าพรุเสม็ดปกคลุมไปด้วยไม้เสม็ดเต็มพื้นที่ ในช่วงปี พ.ศ. 2484 กำนันตำบลนาปะขอ เปิดโอกาสให้ราษฎรเข้าจับจองทำกิน โดยกำหนดให้ครอบครัวละ 50 ไร่ ได้มีการปรับพื้นที่ป่าเสม็ดให้เป็นพื้นที่ทำนา ต่อมามีราษฎรจากเขตอำเภอใกล้เคียงและจังหวัดใกล้เคียง อพยพเข้ามาบุกรุกจับจองพื้นที่แห่งนี้มากขึ้น ทำให้มีการทะเลาะแย่งชิงที่ดินทำกิน มีการฆ่าฟันกันเกิดความไม่สงบขึ้นถึงขั้นรุนแรง จนถึงปี 2486 ขุนประนุชนรพาน นายอำเภอปากพะยูน ขณะนั้นได้มอบให้ปลัดพ่วง ชูขำ ปลัดอำเภอเข้ามาแก้ปัญหา มีการจัดแบ่งพื้นที่ทำกินใหม่ โดยแบ่งให้ครอบครัวละ 30 ไร่ ทำให้ทุ่งครองชีพเป็นที่นาผืนใหญ่ จนมีคนพูดกันว่าข้าวบางแก้วสามารถเลี้ยงคนทั้งจังหวัดพัทลุงได้ทั้งจังหวัด สภาพเศรษฐกิจและสังคม ที่สาธารณะประโยชน์ทุ่งครองชีพ อยู่ในท้องที่ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว มีพื้นที่เกี่ยวข้องกับ 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1, 8 และ 10 ปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นนาร้าง เนื่องจากปัญหาใหญ่ 2 ข้อ คือ สภาพของดินใช้ทำนามานาน ทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ และปัญหาด้านแรงงาน ราษฎรหนุ่มสาววัยแรงงาน อพยพไปรับจ้างแรงงาน นอกพื้นที่ทำให้ท้องที่เหล่านี้ขาดแรงงานทำการเกษตร "ทุ่งครองชีพ” จำนวนครัวเรือน มี 493 ครัวเรือน จำนวนราษฎร 2,130 คน เฉลี่ย 4.7 คนต่อครัวเรือน แรงงานเฉลี่ย 3.13 คน (อายุ 15-64 ปี) การศึกษาส่วนใหญ่จบการศึกษาภาคบังคับ การถือครองที่ดิน ส่วนใหญ่ได้รับจัดสรรจากทางราชการ เฉลี่ย 22.11 ไร่ต่อครัวเรือน มีรายได้เงินสดเฉลี่ย 64,833.71 บาท / ครัวเรือน / ปี รายจ่ายเงินสดเฉลี่ย 75,230.18 บาท / ครัวเรือน / ปี รายจ่ายมากกว่ารายได้ 10,396.47 บาท / ครัวเรือน / ปี ซึ่งกู้มาจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นส่วนใหญ่ สำหรับผลการดำเนินงาน ด้านงานพืชผัก ผักรับประทานใบ เช่น ผักกาดขาวปลี ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง กะหล่ำปลี ผักบุ้ง ผักฮ่องเต้ ทาช่าย ไป๋ฉ่าย ผักกาดหอม ผักสลัด หอมแดง ผักโขม ผักหวานบ้าน ผักตำลึง เป็นต้น ผักรับประทานผล บวบเหลี่ยม บวบหอม บวบงู มะระจีน มะระขี้นก ฟักทอง ฟักเขียว แตงกวา ซุกินี มะเขือ พืชเศรษฐกิจ พืชไร่ กล้วยหอมทอง กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหิน สละ หม่อนบุรีรัมย์ 60 ทำชาใบหม่อน หม่อนเชียงใหม่ ผลใช้ทำไวน์ มะละกอเรดเลดี้ ถั่วพู กระเจี๊ยบ ดอกไม้จีน หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดหวาน ข่าเหลือง พืชน้ำ กระจับ งานเพาะเห็ด มีโรงเขี่ยเชื้อขนาด 8x12 ม. จำนวน 1 โรง โรงเปิดดอกขนาด 6 x12 ม. จำนวน 8 โรง เครื่องอัดก้อนเชื้อเห็ด 1 เครื่อง หม้อนึ่งก้อนเชื้อขนาด 800 ก้อน 1 ลูก เห็ดที่เพาะ เช่น เห็ดนางฟ้าภูฐาน เห็ดเป๋าฮือ เห็ดฮังการี เห็ดยานางิ เห็ดแครงซึ่งเป็นเห็ดพื้นเมืองที่รสชาติอร่อยมาก เห็ดฟางกองเตี้ย และเห็ดฟางในตะกร้า งานไม้ผล ปลูกฝรั่งแป้นสีทอง, มะพร้าวน้ำหอม, กระท้อน, มะม่วงเบา, มะม่วงน้ำดอกไม้, มะม่วงเขียวเสวย, มะม่วงพิมเสนมัน, มะม่วงลิ้นงูเห่า นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงผึ้งเสริมในร่องสวนผลไม้ เพื่อช่วยในการผสมเกสร งานนาข้าว ปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองของอำเภอบางแก้ว ได้แก่ข้าวหัวนาและข้าวสังข์หยดโดยเฉพาะข้าวสังข์หยดเป็นข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เมื่อครั้งที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยี่ยมฟาร์มตัวอย่างฯ พัทลุง ปี 2546 พระองค์ทรงมีพระเสาวนีย์ ให้ฟื้นฟูการผลิตข้าวพันธุ์นี้ขึ้นใหม่ และเมื่อปี 2550 ข้าวพันธุ์นี้ได้จดลิขสิทธิ์ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) "ข้าวสังข์หยดพัทลุง” ประวัติพันธุ์ ข้าวสังข์หยดเป็นพันธุ์ข้าวพื้นเมืองภาคใต้ และเป็นข้าวที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพัทลุง โดยกองบำรุงพันธุ์ กรมการข้าว กระทรวงเกษตร ในขณะนั้นได้เก็บรวบรวมพันธุ์ข้าวจากท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ เมื่อ พ.ศ. 2493 – 2504 และปรากฏชื่อพันธ์ข้าวสังข์หยดจากอำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เมื่อ พ.ศ. 2495 – 2496 จึงเป็นพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่นิยมปลูกมานาน ตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน เป็นเวลามากกว่า 50 ปี ลักษณะประจำพันธุ์ - เป็นข้าวเจ้าพันธุ์เมือง ต้นสูงประมาณ 140 เซนติเมตร - เป็นพันธุ์ข้าวไวต่อช่วงแสง ปลูกได้เฉพาะฤดูนาปี - อายุการเก็บเกี่ยวประมาณ วันที่ 8 – 15 กุมภาพันธ์ - เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง - เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 1.9 x6.5 x1.6 มิลลิเมตร - ระยะฟักตัวของเมล็ด 8 สัปดาห์ - ปริมาณอมิโลส 15.8% ผลผลิต - ปริมาณ 330 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น - ข้าวกล้องมีเยื่อหุ้มเมล็ดสีขาวปนแดงจางๆ จนถึงแดงเข้ม - ข้าวสารมีสีแดงเข้มปนสีขาวในเมล็ดเดียวกัน - ข้าวสุกนุ่ม เหนียว คุณค่าทางอาหาร - กองโภชนาการกรมอนามัยได้ทำการศึกษาวิจัยเมื่อ พ.ศ. 2542 โดยเปรียบเทียบคุณค่าของสารอาหาร ในพันธุ์ข้าวต่างๆ ปรากฏว่าข้าวสังข์หยดมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าข้าวพันธุ์อื่นๆ ดังนี้ 1. เส้นใยสูงกว่าข้าวพันธุ์อื่นๆ จึงมีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย 2. วิตามินอีสูงกว่าข้าวพันธุ์อื่นๆ จึงมีประโยชน์ต้านชะลอความแก่ 3. มีธาตุเหล็ก โปรตีน และฟอสฟอรัสสูงกว่าข้าวพันธุ์อื่น จึงมีประโยชน์ในการบำรุงโลหิต และบำรุงร่างกาย งานประมง เลี้ยงปลาในกระชัง เช่น ปลาบู่, ปลาแรด, ปลานิลจิตรลดา, ปลานิลแดง, ปลากดเหลือง, ปลามรกต, ปลาดุกอุย, เต่ากระอาน, เต่าลายตีนเป็ด, กบนาและงานเพาะฟักปลานิลแปลงเพศ ปลาดุกอุย งานปศุสัตว์ ในส่วนของแปลงปศุสัตว์มีหลายกิจกรรม เช่น แพะพื้นเมืองลูกผสม แพะนม สุกรจินหัว ลูกผสม (สุกรจินหัว + สุกรพื้นเมือง + ดูร็อก) ไก่พื้นเมือง (ไก่คอล่อน) ไก่เบตง เป็ดเทศ เป็ดอี้เหลียง และห่าน งานปศุสัตว์ สัตว์ที่ทำรายได้สูงสุด คือไก่คอล่อนพัทลุง ไก่คอล่อนพัทลุง เป็นไก่พื้นเมืองประจำจังหวัดพัทลุง มีโครงสร้างเล็ก เหนียงใหญ่ ไหล่กว้าง กินจุ โตเร็ว เหมาะกับสภาพอากาศร้อน เนื้อนุ่ม เป็นที่ต้องการของตลาด งานแปรรูปผลิตภัณฑ์ ผลิตอาหารแปรรูปหลายชนิด เช่น น้ำลูกหม่อน น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะพร้าว น้ำเสาวรส น้ำนมข้าวโพด น้ำนมแพะ เห็ดและผักชุปแป้งทอด ปลาส้ม ปลาแดดเดียว เป็ดอบ เป็ดพะโล้ ไข่เค็ม และขนมที่เป็นผลิตภัณฑ์จากข้าวสังข์หยดพัทลุง
 
  ThaiKaset

  ชุมชนออนไลน์
Facebook
Twitter
Youtube
Webboard

 

สมัครรับข่าวสาร

สมัคร ยกเลิก


CAll center 1170
ดาวน์โหลด App ฝนหลวง สำหรับ IPhone IPAD
รับเรื่องร้องทุกข์
สภาเกษตรกรแห่งชาติ
ศูนย์บริการร่วมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ประชาคมอาเซียนภาคการเกษตร
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2553 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เลขที่ 3 ถนนราชดำเนินนอก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
เสนอแนะ-ติชม: webmaster@moac.go.th
Webstats4U - Free web site statistics

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์